หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ลดน้ำหนักด้วย"กาแฟลดอ้วน" เทรนด์สุขภาพที่ไร้ประโยชน์

"ความอ้วน" คือสิ่งที่สาวๆ หลายคนทั้งเกลียดทั้งกลัว แถมยกให้เป็น "ศัตรูหมายเลขหนึ่ง" ของความงามแบบฉบับสากลในยุคนี้ บางคนเลือกที่จะหลีกไกลความอ้วนด้วยการจำกัดปริมาณอาหาร บางคนที่มีวินัยและสนใจดูแลสุขภาพเลือกวิธีพื้นฐานที่สุดแต่ได้ผลดีที่สุด นั่นคือการออกกำลังกาย แต่ก็ยังมีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่เลือก "กาแฟลดความอ้วน" เป็นคำตอบสุดท้ายเพื่อหุ่นเพรียวสวย

นพ.นรังสันต์ พีรกิจ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ปรากฎการณ์การแห่บริโภคกาแฟลดความอ้วนของคนไทยว่า กาแฟประเภทนี้มีมานานแล้ว และขึ้นทะเบียนตำรับอาหารในประเภทอาหาร ซึ่งการขอขึ้นทะเบียนอนุมัติประเภทนี้อย.มักจะให้ความสะดวกแก่เจ้าของ ผลิตภัณฑ์อยู่แล้ว ระเบียบและขั้นตอนการขอไม่ยุ่งยากและมักจะอนุมัติมาตลอด ซึ่งกาแฟก็ถือเป็นสิ่งที่คนไทยนิยมบริโภค ดังนั้นการขอขึ้นทะเบียนกาแฟเหล่านี้จึงเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว

“ปัญหามันอยู่ที่การโหมโฆษณาและการโหมทำการตลาดของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ที่ต้องการเพิ่มมูลค่าและต้องการเป็นที่สนใจ เตะตาแก่ผู้บริโภค จึงเพิ่มทางเลือกในการจูงใจเปลี่ยนกาแฟธรรมดาๆ ที่ดื่มกันทุกเช้าให้กลายเป็นกาแฟพิเศษที่มีความต่างออกไป”

รองเลขาธิการอย.อธิบายต่อไปว่า เป็นข้อจำกัดของอย.อยู่มากเหมือนกันที่การตรวจหาสารต่างๆ ที่ผสมอยู่ในผงกาแฟที่ถูกโฆษณาว่าเป็นกาแฟลดความอ้วน เนื่องจากอย.ยังไม่มีกฎการตรวจสอบส่วนผสมอย่างละเอียด ทุกวันนี้การตรวจสอบส่วนผสมจึงเป็นไปในลักษณะของการขอร้องผู้ผลิต ให้แจ้งส่วนผสมให้ถูกต้องกับที่ผสมลงไปในผลิตภัณฑ์ แล้วใช้วิธีสุ่มตรวจเป็นชนิดๆ ไป ซึ่งทำให้การตรวจสอบไม่ละเอียดและไม่ทั่วถึง

“ขณะนี้กำลังผลักดันประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับส่วนผสมของผลิตภัณฑ์และ ฉลาก ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาพอสมควรแต่เราจะพยายามให้เร็วที่สุด ช้าไม่ได้ ตั้งใจไว้ว่าจะต้องให้เสร็จและประกาศออกมาไม่เกินปีหน้า”

นพ.นรังสันต์ย้อนกลับมาเล่าเกี่ยวกาแฟลดความอ้วนต่อไปอีกว่า ปัญหาที่อย.ต้องเร่งจัดการและขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างดำเนินคดีอยู่ 40 คดี คือปัญหาการโฆษณาเกินจริงของผลิตภัณฑ์กาแฟประเภทนี้

"มันเป็นเรื่องของการตลาดที่ต้องการจะขายสินค้าให้ได้มากขึ้นและให้ ได้ราคาแพงขึ้น ผู้ผลิตจึงจับเทรนด์ความไม่ต้องการแก่ ไม่ต้องการอ้วน ไม่ต้องการให้ผิวและใบหน้าเหี่ยวย่นของสาวๆ ในยุคนี้ จึงได้ใช้จุดนี้เพื่อโฆษณาชักจูงให้เชื่อว่าดื่มแล้วไม่อ้วน ดื่มแล้วจะเต่งตึงเพราะในผลิตภัณฑ์ได้ผสมผงคอลลาเจนลงไปบ้าง หรือทำให้อิ่มเร็วโดยไม่ต้องรับประทานอะไรเพิ่มหลังจากดื่มกาแฟประเภทนี้ เนื่องจากมีไฟเบอร์หรือใยอาหารบ้าง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการโฆษณาเกินจริงและผิดกฎหมาย”

และเมื่อพูดถึงประเด็นการโฆษณาของกาแฟประเภทนี้ สาวๆ ที่กำลังบริโภคกาแฟชนิดนี้อยู่หรือกำลังสนใจอยากลองดูคงจะสงสัยว่าภายในกาแฟ ลดความอ้วนนี้มีอะไรบ้าง รองเลขาธิการอย.ให้ความกระจ่างในข้อสงสัยนี้ว่า เท่าที่อย.สุ่มตรวจกาแฟลดความอ้วนในท้องตลาดเมืองไทย ยังไม่พบสารที่อวดอ้างว่าลดความอ้วนได้แต่อย่างใด

“3 ข้อที่เราตรวจเป็นพิเศษในกาแฟเหล่านี้คือสารลดความอ้วน,สารเพิ่มสมรรถภาพทาง เพศและสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ที่เราเจอก็คือสารเพิ่มสมรรถภาพทางเพศที่เป็นข่าวไปเมื่อช่วงต้นปี แต่ในกาแฟลดอ้วนนั้นเรายังไม่พบสารลดความอ้วนตัวใดๆ และพบว่าส่วนใหญ่หลายยี่ห้อเติมสารให้ความหวานตัวอื่นแทนน้ำตาลเท่านั้น ก็เหมือนเราชงกาแฟแล้วเติมน้ำตาลเทียม แต่ราคากาแฟพวกนี้แพงกว่ากาแฟธรรมดามาก ผมว่าดื่มเอารสชาติก็พอได้ แต่มันไม่ได้ลดอ้วนจริงๆ หนทางการลดความอ้วนจริงๆ ชื่อว่าทุกคนทราบในเชิงทฤษฎี คือออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ เลือกกินอาหารมีประโยชน์การใช้ทางลัดมาดื่มกาแฟที่โฆษณาลดความอ้วนนั้น ผมคิดว่าเป็นการสิ้นเปลืองที่ไร้ประโยชน์และไม่ได้ผล”

นพ.นรังสันต์กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า อยากวิงวอนให้ผู้บริโภคทั้งหลายใส่ใจคำเตือนของอย.สักนิดเพื่อผลประโยชน์และ ความปลอดภัยของตัวท่านเองและหากไม่แน่ใจในสิ่งที่จะรับประทานเข้าไปว่าเป็น ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยหรือไม่ สามารถติดต่อสอบถามมายังอย.ได้ ผ่านสายด่วนอย.1556

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น